ถ้าคุณมีคนรัก แล้วคุณรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังจะจากไป
คุณจะทำยังไง เพื่อไม่ให้เขาเสียใจ
เมื่อวันนั้นมาถึง วันที่เราจากเขาไป . . .
เธอเล่าให้ผมฟัง
หลังจากที่เธอเที่ยวเอาคำถามนี้ไปถามใครต่อใคร
เพื่อตอบความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจตลอดเวลา
พักนี้ ผมได้คุยกับเธอน้อยลงทุกวันๆ
บทสนทนาของเรามีความเงียบเข้ามาแทนที่อยู่เสมอ
จนบางครั้ง เราสองคน ได้แต่สนทนากับความรู้สึกของตัวเอง
ท่ามกลางความเงียบที่เราสื่อถึงกัน
เธอยิ้มเสมอเมื่อเราเจอกัน
น้ำเสียงของเธอสดใส บุคลลิกแก่นๆ
เราสองคนเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมาเป็นเวลานาน
แต่หลังจากวันนั้น เพียงวันเดียว
เธอก็เปลี่ยนไป
เธอเศร้า
น้ำเสียงของเธอดูอ่อนล้า
ทุกๆคำพูดที่เธอพูดออกมา มักมีนัยยภายใต้ประโยคเหล่านั้น
เธอบอกผมว่า ไม่อยากไปเลย กลัวว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเปลี่ยนไป. . .
คำพูดคล้ายเด็กขี้แง
ที่ไม่กล้าไปหาหมอ
ที่ผมไม่ได้ใส่ใจอะไร
นอกจากบอกว่า ไม่มีอะไร
หาหมอแล้ว เดี๋ยวก็หาย
ใครจะไปรู้ เธอบอก
ใครจะไปรู้........
เพียงแค่ช่วงข้ามคืน
จากการผ่าตัดเนื้องอกที่สมอง
ที่ทำให้เธอปวดหัวมาเป็นเวลากว่าสามปีจบลง
ความเปลี่ยนแปลง ก็เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างไป
อย่าร้องไห้นะ
เสียงของเธอในโทรศัพท์ปลอบผม
เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมเป็นคนขี้แง
มากกว่าบุคคลิกภายนอกที่แสดงออกไป
เธอถามผมว่า
ถ้าผมมีคนรัก แล้วผมรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังจะจากไป
ผมจะทำยังไง เพื่อไม่ให้ใครคนนั้นเสียใจ
เมื่อวันนั้นมาถึง วันที่เราจากไป . .
อย่าร้องไห้นะ